ปกติ “เบราเซอร์” ที่เปิดท่องอินเทอร์เน็ตใช้งานอยู่แค่ 2 ตัวนั่นแหละครับ

ไออี “อินเทอร์เน็ตเอ็กซ์พลอเรอร์” (ตอนนี้เวอร์ชั่น 8 เบต้าออกมาแล้ว) กับ หมาป่าไฟ “ไฟร์ฟ็อกซ์” ถามจริงตอบตรง ต้องบอกว่า ไฟร์ฟ็อกซ์เหนือกว่าด้วยประการทั้งปวง

ไม่กี่วันก่อนมีเบราเซอร์ใหม่มาให้เล่น “Chrome-โครม” ของค่ายกูเกิ้ล ไปโหลดลงเครื่องก็เล่นไม่ได้ เพราะติดไฟร์วอลล์ที่ทางบริษัทตั้งไว้ เลยพักไว้ก่อน รอติดเน็ตที่บ้านเสร็จแล้วค่อยเข้าใช้งาน

เบื่อๆ พลาดท่าจากโครมก็เลยลองหาเบราเซอร์ตัวอื่นมาลงเพิ่มเติมดูบ้าง ปรากฎว่าไปโหลดเจ้า “Maxthon” เบราเซอร์ฮิตสัญชาติมังกรจีนมาใช้แล้วก็ “โดนใจโคตรๆ” ไม่แพ้ไฟร์ฟ็อกซ์เลยครับ แถมทำเวอร์ชั่นภาษาไทยมาให้พร้อมสรรพ (แม้จะอ่านแล้วงงๆ อยู่บ้าง) ตลอด 2-3 วันที่ใช้งานดีจริง เยี่ยมจริงครับ ลืม “ไออี” ไปได้เลย!

ลองดูนะครับ ของฟรีทั้งน้านนน!

Mr. QC

ความจริงจะขึ้นหัวว่า “ความระยำของ ทรูวิชั่นส์” แต่ดูจะเกินเหตุไป

เปลี่ยนเป็น “ความไร้ความรับผิดชอบของ’ทรูวิชั่นส์’” จะซอฟต์กว่า..

แต่เหตุที่จะเล่าต่อไปนี้ขอบอกว่า แมร่งโคตรฉุนเลย!

เรื่องของเรื่อง คือ พอย้ายบ้าน ก็ตัดสินใจยกเลิกเคเบิลทรูวิชั่น (ยูบีซี) ที่บ้านเก่า เพราะที่ผ่านมาก็เบื่อหน่ายเต็มทีกับโปรแกรมหนังซ้ำซาก เพลงซ้ำซาก การขายโฆษณาแฝง และรายการห่วยๆ ที่จัดทำโดยเคเบิ้ลเจ้านี้ ที่สำคัญพวกบอลอังกฤษผมก็ไม่ได้ติดอะไร

แต่เหตุที่ผมทนติด-ทนเสียเงินให้ทรูมาหลายปี เพราะแฟนชอบดูรายการเกมโชว์เกาหลี ส่วนผมอาศัยดูข่าวซีเอ็นเอ็นตอนดึกๆ พอได้ประโยชน์อยู่บ้าง

ถึงวันนัดยกเลิกเมื่อไม่กี่วันก่อน พนักงานทรูมันก็มาถอดอุปกรณ์ตามนัดครับ แต่ผมไม่อยู่บ้าน ให้คนอื่คอยเปิดประตูให้แทน

อีก 2 วัน พอผมกลับมาดูความเรียบร้อยปรากฎว่า มันถอดอุปกรณ์ไปเสร็จสรรพ แต่ไม่ยอมต่อหัวสายอากาศทีวีเอาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม+

มันปล่อยสายอากาศหัวกุดเอาไว้อย่างนั้น ไม่จัดการทำให้สายอากาศกลับไปอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามเดิม!

แมร่งโคตรชุ่ย!

เพราะแต่เดิม สายอากาศทีวีบ้านนี้ผมเสียเงิน ติดตั้งเสาอากาศ โยงสาย ใส่หัวเสียบเข้าทีวีไว้แล้ว ตอนติดยูบีซี ช่างของมันก็มาตัดหัวสายอากาศออก เพื่อเสียบเข้ากับเครื่องรับสัญญาณของมัน

ไอ้สัตว์กะหมาทรู…พอมึงเอาเครื่องมึงออกไป เสือกไม่ติดกลับให้กูเหมือนเดิม กูก็เลยดูช่องธรรมดาไม่ได้สิไอ้เหี้ย ดูแลลูกค้าประสาอะไรของมึงวะ!

ฝากลูกค้าทรูเอาไว้ให้รับทราบ และคอยดูมันด้วยนะครับ ตอนยกเลิกบริการแล้วมันมาถอดเครื่องคืน ถ้าไม่อยากเจอกรณีซ้ำรอย

Mr. QC

เมื่อวานนี้เป็นวันที่ทีวีของผม (Mr. QC) ทำงานหนักที่สุด เพราะเปิดคอยดูข่าวปฏิบัติการยุทธศาสตร์ “ไทยคู่ฟ้า” ของกลุ่ม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” นำโดยคุณสนธิ-สมศักดิ์-สมเกียรติ-พิภพ-จำลอง แบบต่อเนื่องยาวนาน

จุดเริ่มต้นของพันธมิตรฯ นั้น ถือว่ามีหลักการและงดงาม เป็นพลังของชนชั้นกลางผสานกับชนชั้นนำบางกลุ่ม ซึ่งทนกับพฤติกรรม “ลุแก่อำนาจ” ขั้นร้ายแรงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบริวารแวดล้อม ไม่ได้อีกต่อไป

การจัดขบวนพันธมิตรฯ ยึดกุมหลักสงบ-สันติ มาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลทักษิณพ้นไปจากอำนาจ และรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เองก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ด้วยตัวเองอยู่แล้วเพราะความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน, ประดาคำถามต่างๆ จากกลุ่มปัญญาชนก็พุ่งใส่พันธมิตร ทั้งเรื่องการดื้อแพ่ง แอบอ้างและดึงสถาบันลงมาปนเปื้อนกับการเมือง การยอมรับกระบวนการยุติธรรมเฉพาะที่ได้ผลประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น การกู่ก้องร้องเรียกทหารออกมารัฐประหารอีกรอบ และเสนอแนวคิดทางการเมืองแบบถอยหลัง-ขัดกับหลักการประชาธิปไตยระบบตัวแทน

องค์กรพัฒนาเอกชนหลายต่อหลายกลุ่ม (เอ็นจีโอ) เลือกไม่เข้าไปยืนบนเวทีร่วมกับแกนนำพันธมิตร

ส่วนบุคคล-นักวิชาการที่เป็นกลางจริงๆ เห็นแก่บ้านเมืองจริงๆ เช่น อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล แห่งธรรมศาสตร์ ผู้ซึ่งเคยร่วมต่อต้านระบอบทักษิณอย่างแข็งแกร่ง ต้องพบความเจ็บช้ำ เมื่อเสนอทฤษฎี “ริบบิ้นขาว” ขอให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง จนถูกพันธมิตรฯ ลากไปประชาทัณฑ์ สับโขกกลางเวทีราชดำเนินบาดเจ็บสาหัส 

ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงเรียกร้องให้คุณ พิภพ ธงไชย ซึ่งน่าจะเป็นบุคคลที่มีวุฒิภาวะสูงสุดในกลุ่มแกนนำ ถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตรฯ มีข่าวว่าถึงขั้นมีแผนส่งอาจารย์ “ส. ศิวลักษณ์” ไปร้องขอเรื่องนี้กับคุณพิภพ แต่ไม่รู้ว่าได้ดำเนินการกันไปหรือไม่ อย่างไร

ฝ่ายแกนนำพันธมิตรบางคนยังจัดตั้ง “กองกำลัง” ส่วนตัวขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นมือเป็นไม้ และละเมิดสิทธิประชาชนคนเดินถนนอย่างให้อภัยไม่ได้ นั่นคือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “นักรบศรีวิชัยกู้ชาติ” ซึ่งในที่สุดกองกำลังกลุ่มนี้ก็กลายเป็น “จุดอ่อน” และเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่ทำลาย “ความชอบธรรม” ของขบวนการพันธมิตรฯ จนหมดรูป หลังก่อเหตุพกพาอาวุธบุกยึดอาคารสถานีข่าวเอ็นบีที วิภาวดีฯ (คลิ๊กอ่านรายชื่อนักรบศรีวิชัยกู้ชาติที่ถูกจับกุม)

การอ้างว่า เอ็นบีทีเป็นช่องรับใช้รัฐบาล เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น และเท่ากับดูถูกสติปัญญาประชาชนในประเทศนี้อย่างมาก

ปัจจุบันคนทุกคนมีสิทธิ์เลือกรับข้อมูลข่าวสารจากทุกด้าน แล้วนำมาคิดมาพิจารณาคำตอบด้วยตัวเอง

แน่นอนการ “เสพ” สื่อเอียงข้างไปทุกวัน ไม่ว่าจะข้างไหน ย่อมทำให้ต่อมแห่งปัญญาลดหดตัวลง แต่ไม่ใช่เหตุจะมาใช้กำลังบุกยึดเช่นนี้ การต่อสู้ผ่านสื่อต้องสู้ด้วยสมอง-ปัญญา ต้องเพาะบมความรู้ความเข้าใจ รอคอยด้วยใจที่สงบนิ่ง ไม่ใช่ใช้อาวุธและความรุนแรงเข้าแก้ไขข้อขัดแย้งทางความคิด

คุณ ปีย์ มาลากุล (ซึ่งนายสมัครตั้งฉายาให้ว่า “ไอ้หัวเถิก”) กับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล คือ ผู้มีบทบาทสูงในการแอบอ้างสถาบันมาเข้าข้างฝ่ายตนเอง ซึ่งขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ก็กำลังใช้วิธีการแอบอ้างสถาบันมาย้อนรอยตอบโต้คุณสนธิและคุณปีย์ เห็นได้ชัดจากการตั้ง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. และมท. 1 ผู้มีความใกล้ชิดกับสถาบันเข้ามารับมือปฏิบัติการไทยคู่ฟ้าและผลักดันพันมิตรฯ (ซึ่งแทบทั้งหมดมีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีประโยชน์ส่วนตน ไม่มีเบื้องหลังแอบแฝง)

ล่าสุด ช่วงเช้าวันพุธที่ 27 สิงหาคม 2551 พล.ต.อ.โกวิท ก็ประกาศออกมาแล้วว่า พันธมิตรฯ ต้องออกจากทำเนียบภายในวันที่ 30 สิงหาคม เพราะเป็นวันที่สมเด็จพระบรมฯ จะเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานธงสัญลักษณ์ของโครงการ  “จากวันแม่ถึงวันพ่อ 116 วัน สร้างสามัคคี” และนี่เองที่เป็นเหตุผลที่แกนนำพันธมิตรฯ ต้องตัดสินใจบุกยึดทำเนียบรัฐบาลเร็วกว่ากำหนดในวันที่ 26 สิงหาคม เพราะไม่เช่นนั้นจะยิ่งขาดความชอบธรรมในการปลุกระดมโค่นล้มรัฐบาลสมัครมากขึ้น

ท่ามกลางกระแสความชอบธรรม-แรงสนับสนุนจากสังคมชนชั้นกลางที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ จะบีบให้แกนนำพันธมิตรและกุนซือผู้วางแผนการรบต้องเร่ง “หาทางลง” โดยด่วน ก่อนที่ฝ่ายรัฐจะฉวยโอกาสนำเอาคดีบุกทำเนียบ-บุกเอ็นบีที นำ “หมายจับ” และสถาบันยุติธรรมมาเล่นงานแกนนำพันธมิตร ซึ่งถ้าขัดขืนย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพันธมิตรอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา แสดงจุดยืนขอให้มีการใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการกับพ.ต.ท.ทักษิณ มาโดยตลอด เมื่อถึงเวลาที่ตนเองกระทำผิดอย่างชัดแจ้ง จะปฏิเสธการถูกนำตัวขึ้นศาลไม่ได้

ทางลงสำหรับพันธมิตร วันนี้มีเหลืออยู่ไม่มากนัก นั่นคือ

1. ปลุกปั่นให้เกิดเหตุจลาจล

2. ฝ่ายผู้ชุมนุมบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

3. กลุ่มทหารระดับสูงที่เคยนัดแนะกันไว้ว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่กลับไม่ออกมาปรากฎตัวในวันที่พันธมิตรบุกทำเนียบ กลับลำร่วมปฏิบัติตามแผนอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ยาก

4. รอให้อารมณ์พลุ่งพล่านของผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตรฯ ลดดีกรีความร้อนแรงลงและค่อยประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดทางไปสู่การสลายตัว-สลายม็อบ

5. รัฐบาลสมัคร “ฆ่าตัวตาย” ด้วยการใช้กำลังปราบปรามม็อบพันธมิตร ซึ่งเป็นสิ่งที่แกนนำพันธมิตรฯ ต้องการและรอคอย

ทางออกที่ “4″ เชื่อว่า น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด

แต่ผู้นำพันธมิตรจะเลือกหรือไม่…ฟ้าเท่านั้นทีจะให้คำตอบ!

Mr. QC

บ้านยังไม่มีเหล็กดัดครับ เพื่อความปลอดภัย ก็ยังไม่ได้ย้ายของอะไรเข้าไปมากเท่าไหร่

ทีวียกเอาเครื่องคู่ชีพ “โซนี ไทรนิตอน” สีดำ อายุน่าจะราวๆ 20 ปีแล้ว มาดูชั่วคราว หลังจากเอาไปเปลี่ยนหลอดภาพ ภาพยังคมชัด ระบบเสียงเซอร์ราวด์ ยังทำงานอยู่เช่นเดิม

สำหรับ “เสาอากาศ” อยู่ระหว่างชั่งใจว่าจะเอายังไงดี ระหว่าง ยูบีซี (ซึ่งคิดว่าไม่เอาแน่ๆ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์) จานสามารถ หรือจานดาวเทียมยี่ห้ออื่นๆ ก็เลยยังไม่ติดตั้ง และซื้อเสา “หนวดกุ้ง” ธรรมดาๆ ราคา 60 บาท มาใช้แก้ขัดไปก่อนจากตลาดปากเกร็ด ผลลัพธ์ออกมา “ดีเกินคาด” ระดับความพึงพอใจไต่ไปถึงขั้น 95 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (ยกเว้นเวลาโดนไฟฟ้าสถิตย์ดูดตอนเอามือไปปรับจะเซ็งบวกเสียวเล็กน้อย)

ช่อง 3 – 7 – 9 – เอ็นบีที – ทีวีไทย ชัดครับ ทั้งภาพทั้งเสียง จนเกิดอาการติดใจ ลืมเรื่องติดจานดาวเทียมไปเลยทีเดียว

Mr. QC

ค่ำคืนนี้ จันทร์ 18 สิงหาคม 2551 มีอันต้องพรากจากงานเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊กชุด “ฮารูกิ มุราคามิ” นักเขียนญี่ปุ่นนามกระเดื่องของ สำนักพิมพ์กำมะหยี่

สำนักพิมพ์นี้มีมาดาม “มิว” หรือ “มิวเตชั่น”  อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง เป็นเจ้าสำนัก

แผนงานล่าสุดของมิวก็คือ จัดพิมพ์งานชุดมุราคามินั่นแหละ และเรียนเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ไปร่วมพูดคุยกันที่ร้านปาร์กกิ้ง ทอยส์

ส่วนผมอดไป เพราะติดขัดเวรทำงานรอบดึก แต่คงมิเป็นไรเพราะเราเป็นแค่ “ธุลีแขก” แขกตัวเล็กตัวน้อยที่ถ้าไปก็คงทำดีที่สุดแค่ “กรอกจอกสุรา” ไม่มีความสามารถไปล้อมวงสนทนาเรื่องมุราคามิกับแขกท่านอื่นๆ เขา

แฮ่ม..ถ้าลองนู๋มิวเกิดคึกรับงานแปลหนังสือภาพสาวเอวีญี่ปุ่น “โซระ อาโออิ” แล้วจัดเปิดตัวสิ ต่อให้ต้องข้ามน้ำข้ามทะเล บุกป่าฝ่าดงระเบิดก็มิพลาดไปร่วมงานอย่างแน่นอน! :)

ราคาห่าง’ชั้น’

สิงหาคม 18, 2008

ตีราคาตู้หนังสือ+โต๊ะทำงานขนาด 2 เมตร สูงติดเพดาน 2.50 เมตร แล้วออกมายังรู้สึกว่าแพง

เพื่อให้พอทำงานได้ก็เลย หยิบจับเอาโต๊ะเก่า ตู้หนังสือเก่ามาดัดแปลงเป็นโต๊ะทำงาน-ชั้นหนังสือไปพลางๆ ก่อน แล้วก็ตัดสินใจว่าจะใช้ “ชั้นลอย” เอาแผ่นไม้มาเข้าฉากติดผนัง วางหนังสือชั่วคราว

เดือนก่อนไปเดิน “โฮมเวิร์ก” ชั้นล่างสุด เซ็นทรัลลาดพร้าว มีชั้นสำเร็จรูปขายแบบเดียวกับที่เห็นในรูปนี่แหละ

ชั้นสีเขียวๆ ราคาชิ้นละ 800 ส่วนชั้นสีขาวราคา 280 บาท (น่าจะราวๆ นี่ จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้)

เคราะห์ดีวันนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ

อาทิตย์ก่อน พอไปเดินงาน “เมดอินไทยแลนด์สเปเชี่ยล 2008″ ที่เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ก็เจอชั้นแบบเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า เพราะเป็นการขายแบบ “ผู้ผลิตพบผู้ซื้อ” โดยตรง

ราคาที่งานนี้ ชั้นสีเขียวชุดละ 600 กว่าบาท ชั้นสีขาว 230 บาท ถือว่าเซฟตังค์ไปได้มากอยู่

เมื่อก่อนไม่เคยคิดเดินเลย ไอ้พวกงานมหกรรมแสดงสินค้าอะไรเทือกนี้ ต่อไปคงต้องไปเดินให้บ่อยหน่อยครับทั่น

Mr. QC

“มดดำ” เยอะมากที่บ้าน

เพื่อนบอกว่าให้ลองไปซื้อ “เหยื่อกำจัดมด-ปลวก” ยี่ห้อ “ซันเจี่ย” ตรามดสามตัวมาใช้ดู เพราะเคยใช้แล้วได้ผล เจ้าสัตว์ตัวจิ๋วโดนเข้าไปถึงขั้นตายยกรัง

ดูๆ ไปก็คล้ายๆ ระบบเซ็นทริคอน กำจัดปลวกตามบ้าน “ผู้มีอันจะแดก” เหมือนกัน (ฮา)

แต่ซันเจี่ยนี่ไม่ถึงขนาดนั้น หาซื้อได้ตามห้าง “ท็อปส์” มีทั้งแบบหลอด กับแบบผง

วิธีใช้ที่ข้างกล่องเขาบอกไว้หมดแล้ว ไม่ซับซ้อน ที่ต้องระวังสุดๆ คือ เก็บให้ไกลมือเด็ก และอย่าให้เด็กหรือสัตว์เลี้ยงในบ้านไปโซ้ยเข้าเด็ดขาด ไม่งั้นอาจเดี้ยงได้

จากการทดลอง ทั้งวางเหยื่อนอกบ้าน-ในบ้าน เวลาออกฤทธิ์เท่าๆ กัน สมมติวางเหยื่อไว้ตอนกลางคืน พวกมดงานมันจะกรูกันออกจากรูเล็กรูน้อย มาขนเหยื่อกับไปสะสมที่รังกันยกใหญ่ (ยาฆ่ามดจะออกฤทธิ์ในรังนี่แหละ ทำให้มดนางพญาสิ้นลม)

ช่วงนี้อย่าไปสนใจยืนดูมากเกินไปครับ ไม่งั้นอาจตกใจแทบช็อกได้ว่าทำไมมดบ้านกูมันเยอะขนาดนั้น

ตอนเช้ามาดูอีกที รับประกันมดจะหายสาบสูญไปหมดเลย เราก็ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วเอาผ้าผืนนั้นทิ้งไปเลย อย่าเอามาใช้อีกเพื่อความปลอดภัย

เวลาวางเหยื่อให้บีบออกจากหลอดมากองใหญ่ๆ ไปเลย จะล่อมดดีมาก อย่าป้ายไว้กองเล็กๆ กะปริบกะปรอย

ใครมีปัญหามดก็ลองดูนะครับ

Mr. QC

‘ไม้กวาด’ขาดวิ่น

สิงหาคม 15, 2008

“ไม้กวาด” ยุคนี้เป็นอะไรก็ไม่ทราบ เพราะดอกหญ้ามันหลุดร่วงง่ายเหลือเกิน!

ยิ่งไม้กวาดราคาถูกที่ลองซื้อมาจาก “คาร์ฟู” นั่นยิ่งไปกันใหญ่

กวาดปุ๊ปหลุดปั๊ป ทำเอาวัยรุ่นเซ็งโคตรๆ!

สันนิษฐานเอาเองว่า ตัวการที่ทำให้ไม้กวาดในห้างฯ เสียง่าย อาจเพราะโดนความชื้นในห้องแอร์ฯ มากๆ เข้า ดอกหญ้ามันเลยไม่แห้งสนิท ก็เลยทำให้ดอกหญ้าหลุดง่าย

ตอนนี้ก็กลับไปซื้อไม้กวาดรถเข็นข้างถนน ด้ามละ 40-50 บาท

แต่ซื้อแบบ “หยอดกาว” ด้วยจะทนกว่าแบบธรรมดานะครับ

MR. QC

คอตต้อนบัด หรือ “ไม้ปั่นหูตรารถพยาบาล” มีจุดเด่นเรื่องทำการตลาดแบบขายเป็นคู่ , 2 ถุงประกบกัน ราคา 10 กว่าบาท

ข้อดี คือ ได้ของเยอะ

แต่ข้อเสียของไม้ปั่นหูยี่ห้อนี้ก็คือ “ก้าน” อ่อนเกินไป

เวลาใช้ก็มักหัก-งอ คอพับคออ่อน ไม่ค่อยถนัดมือ

พูดแล้วก็นึกถึงสมัยเด็กๆ ชอบเอาสำลีไปหุ้ม “หัวไม่ขีด” แล้วปั่นหู มันส์สุดๆ ไปเลยครับทั่น

แต่ถ้าไม่ระวังก็หูถลอกเอาง่ายๆ อยู่!

Mr. QC

ลำโพงยี่ห้อ ‘Divoom’ ของสิงคโปร์ (แต่ผลิตในจีน) นี่ผมตั้งเอาเองว่าเป็น “ลำโพงคอมพ์เอื้ออาทร”

เพราะราคาไม่แพง หน้าตาดี มีสง่าราศี เสียงเสนาะโสต ใช้งานสะดวก

รุ่น Morro 220 ผมสอยมาในราคา 250 บาทจากตลาดนัดละแวก “ต้นประดู่” เมืองทองธานี (ถ้าไปแหล่งไอทีจริงๆ น่าจะได้ต่ำกว่านี้อีก แต่ผมเอาแบบซื้อใกล้บ้าน ประหยัดน้ำมันรถเข้าว่า)

น้องคนขายบอกว่าถ้าอยากได้รุ่นอื่นๆ หรืออยากเลือกซื้อ “คอมพิวเตอร์จัดสเป็กเองตามความต้องการ” ราคาถูก-คุณภาพสมน้ำสมเนื้อก็ให้ไปที่ร้าน “สเป็กคอมพิวเตอร์” ชั้น 4 ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เพราะนู๋รับมาจากที่นั่น

Morro 220 แรงขับ 3 วัตต์ ลำโพงขนาด 3 นิ้วนี่ใช้สะดวก เสียบเข้ากับยูเอสบีพอร์ตก็บรรเลงได้เลย เสียงกระหึ่มดี แต่แน่นอน ย่านเสียงทุ้ม หรือเม็ดเสียงละเอียดๆ คงไม่มีทางเทียบชั้นลำโพงเกรดเออยู่แล้ว (ก็มัน 200 กว่าบาทเองครับทั่น) ถ้ามองหาลำโพงมาต่อพีซี หรือโน้ตบุ๊กฟังเพลง-ดูหนังเพลินๆ นี่แหละเหมาะ

ก่อนใช้ขอเตือนว่าปรับตั้งโวลุ่มจากตัวเครื่องและตัวลำโพงให้เรียบร้อยก่อนนา .. ถ้าเผลอไปเปิดพวก “คลิปลับ” แล้วเสียงดันดังตูมตามขึ้นมาในออฟฟิศก็ตัวใครตัวมัน

Mr. QC

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.